จากการศึกษาสำรวจประชากรของชาวอเมริกาที่มีอายุ 65 ปี ทุก ๆ 100 คน พบว่า
- 36% เสียชีวิต
- 54% มีความเป็นอยู่ที่ลำบาก ต้องพึ่งพาผู้อื่น ได้แก่ ลูกหลาน หรือสถานสงเคราะห์คนชรา
- 5% ยังสามารถหาเลี้ยงตนเองได้
- 4% มีความเป็นอยู่ที่สุขสบาบาย ด้วยเงินสะสมเงินบำเน็จ บำนาญ
- 1% เป็นเศรษฐี
คำถามคือ ทำไมคนอายุ 65 ปี 100 คนนี้ถึงได้มีความเป็นอยู่ของชีวิตที่แตกต่างกัน คำตอบคือ การวางแผนในการใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน เช่น เรื่องการเรียน การเปิดโอกาสให้ตนเองได้ทำในสิ่งต่าง ๆ การวางแผนด้านการใช้เงิน เป็นต้น
การตั้งโจทย์ชีวิตที่ถูกต้องก็จะส่งผลให้ชีวิตในอนาคตสดใส ส่วนคนที่ตั้งโจทย์ชีวิตผิดพลาดก็มีผลในทางลบต่อชีวิตเช่นกัน
โจทย์ชีวิตที่ผิดคนส่วนมากคิดว่าเมื่อตนเรียนจบแล้วมักจะมองหางานทำ ซึ่งงานที่อยากจะทำก็จะเป็น
- งานที่ชอบ
- งานที่ตรงกับที่เรียนมา
- งานที่ทำง่าย ๆ สบาย ๆ
- งานที่เพื่อนเขาทำกันมาก ๆ
- อื่น ๆ แล้วแต่เหตุผลของแต่ละคน
แต่สิ่งที่หลายคนลืมคิดไป หรืออาจจะยังไม่เคยมีประสบการณ์ในการทำงานก็เลยยังไม่ทราบก็คือ เมื่อเราทำงานไปนานสัก 3-5 ปี น้อยคนนักที่จะไม่รู้สึกเบื่อหน่ายต่องานที่กำลังทำ ไหนจะปัญหาเรื่องนายจ้าง ลูกน้อง เพื่อนร่วมงาน ดังนั้นหลายคนจึงเริ่มมองหางานใหม่ ๆ อีกครั้ง และเมื่อทำไปสักพักก็จะเบื่ออีก เป็นอย่างนี้อยู่เรื่อย ๆ ถ้าเราไม่สามารถหางานใหม่ได้ เราก็ต้องทนทำงานเดิม ๆ ไป โจทย์ชีวิตของผู้ที่อยากจะประสบความสำเร็จในชีวิตหลาย ๆ คนจึงไม่ใช่การมองหางานทำตามโจทย์ชีวิตของบุคคลข้างต้น
โจทย์ชีวิตที่ต่างไป ทำไมต้องตั้งโจทย์ชีวิตให้ต่าง
โจทย์ชีวิตที่ว่านี้แตกต่างจากโจทย์ชีวิตที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ แต่มันเริ่มที่เดียวกัน คือ การมองหางานสักอย่างทำและมีเป้าหมายในชีวิต
- มีบ้าน
- มีรถยนต์
- มีเงินเก็บ
- มีเวลาอยู่กับครอบครัวและพักผ่อนก่อนเกษียณ
- มีเวลาได้ทำอะไรๆ ที่อยากจะทำ
ทั้งหมดนี้เราอาจจะเรียกรวม ๆ ได้ว่า มีอิสรภาพทางการเงินและเวลา
เราจะมองหางานที่ทำเพียง 3-5 ปีแล้วเราได้ครบทุกสิ่งที่วางเป้าหมายไว้ ได้เกษียณชีวิตการทำงานก่อนใคร มีบำเน็จ บำนาญไม่รู้จบ คำถามนี้ตอบได้เลยว่า การทำธุรกิจเครือข่ายนั้น สามารถทำให้ความฝันเป็นจริงได้หากว่าตั้งใจทำจริง ๆ
เปรียบเทียบแผนรายได้สำหรับผู้ที่ทำงานประจำกับผู้ที่ทำงานธุรกิจเครือข่าย
จากภาพ รายได้จากงานประจำที่ หากเรายังทำงานอยู่เราจะได้รับเงินเดือนทุกเดือนตามปกติ แต่หากวันใดที่ประสบเหตุที่ทำให้ไม่สามารถทำงานได้ เราก็จะไม่มีรายได้ ไม่มีใครจ้าง แต่หากเราทำธุรกิจเครือข่ายแม้ว่าเราไม่สามารถทำงานได้ในเดือนใด เราก็ยังมีรายได้จากเครือข่ายอยู่ เพราะถึงแม้เราไม่สามารถทำงานได้ แต่เรามีเครือข่ายของเราอยู่แล้วที่ยังคงช่วยกันทำงานอยู่